Key Takeaways
Past Tense คือหัวใจสำคัญในการเล่าเรื่องราวในอดีตให้เห็นภาพและลำดับเวลาที่ชัดเจน โดยแบ่งออกเป็น 4 โครงสร้างหลัก ได้แก่ Past Simple (อดีตที่จบไปแล้ว), Past Continuous (กำลังทำอยู่ในอดีต), Past Perfect (อดีตซ้อนอดีตที่เกิดก่อน), และ Past Perfect Continuous (อดีตซ้อนอดีตที่เน้นความต่อเนื่อง) การเลือกใช้ Tense อย่างถูกต้องโดยสังเกตจากคำกำกับเวลา (Time Markers) จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติ และทำคะแนนในพาร์ต Grammar ของทุกสนามสอบได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องพึ่งการท่องจำแบบเดิมอีกต่อไป
การเล่าเรื่องราวที่ผ่านพ้นไปแล้วให้น่าติดตามและสื่อความหมายได้อย่างถูกต้อง ถือเป็นทักษะสำคัญในภาษาอังกฤษที่น้อง ๆ หลายคนมักสับสน เพราะมีโครงสร้างเวลาหรือ Tense ให้เลือกใช้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Past Simple, Past Perfect, Past Continuous, หรือ Past Perfect Continuous
OnDemand จะพาน้อง ๆ ไปเจาะลึกเทคนิคการใช้ไวยากรณ์เพื่อเล่าเรื่องในอดีตอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การปูพื้นฐานความเข้าใจ ไปจนถึงการนำไปประยุกต์ใช้ในข้อสอบจริงแบบไม่ต้องอาศัยการท่องจำเพียงอย่างเดียว
Past Tense คืออะไร ?
Past Tense คือ รูปแบบของกริยาที่ใช้เพื่ออธิบายหรือเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีต ซึ่งการจะสื่อสารให้เห็นภาพและลำดับเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้องนั้น จะต้องอาศัยโครงสร้างที่แตกต่างกันไป พี่ ๆ จึงอยากจะพาไปเจาะลึกรายละเอียด โครงสร้าง และเทคนิคการเล่าเรื่องของแต่ละรูปแบบไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้น้อง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ทั้งในการสื่อสารและทำข้อสอบได้อย่างมั่นใจ
Past Tense มีอะไรบ้าง ?
ในภาษาอังกฤษ Past Tense จะถูกแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบย่อย เพื่อใช้อธิบายช่วงเวลาและลักษณะของเหตุการณ์ในอดีตที่มีเงื่อนไขแตกต่างกันให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ได้แก่
- Past Simple Tense : Subject + V2
- Past Continuous Tense : Subject + was/were + V.ing
- Past Perfect Tense : Subject + had + V3
- Past Perfect Continuous Tense : Subject + had + been + V.ing
Past Simple Tense อดีตที่จบไปแล้ว
Past Simple Tense คือ โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในการเล่าเรื่องในอดีต ใช้สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้ว อย่างสมบูรณ์ หรือใช้เล่าถึงกิจวัตรที่เคยทำซ้ำ ๆ ในอดีตแต่วันนี้ไม่ได้ทำแล้ว โดยมักจะมีคำบอกเวลา (Time Markers) กำกับอยู่ด้วย เช่น yesterday, last week, ago หรือ in 1990
โครงสร้าง Past Simple Tense
การจำโครงสร้าง Past Simple Tense นั้นเข้าใจได้ง่ายมาก หากเราเปรียบเทียบกับ Present Simple สิ่งที่เปลี่ยนไปมีเพียงแค่คำกริยา (Verb) เท่านั้น ดังนี้
| Present Simple | Past Simple | Future Simple | |
|---|---|---|---|
| โครงสร้างประโยค | S + V1 | S + V2 | S + will + V.infinitive |
ส่วนโครงสร้างประโยคในรูปต่าง ๆ ได้แก่
| ประเภทประโยค | โครงสร้าง | ตัวอย่างประโยค |
|---|---|---|
| ประโยคบอกเล่า | S + V2 | I watched a movie yesterday. |
| ประโยคปฏิเสธ | S + did not (didn’t) + V1 | I didn’t watch a movie yesterday. |
| ประโยคคำถาม | Did + S + V1? | Did you watch a movie yesterday? |
หลักการใช้ Past Simple Tense
โดยปกติแล้ว เวลาเราใช้ Past Tense ในการเล่าเรื่องในอดีต เรามักจะใช้ Past Simple Tense เป็นหลักและเติมคำกำกับเวลาในประโยค เพื่อแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เช่น
- Last Month (เดือนที่แล้ว)
- A long time ago (เมื่อนานมาแล้ว)
- On May 4th, 1992 (ณ วันที่ 4 พฤษภาคม1992)
ซึ่ง Past Simple Tense จะใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ ได้แก่ กิจวัตรประจำวันที่เคยเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในอดีต และการเล่าเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นไปแล้วและจบไปแล้ว
ตัวอย่างประโยค Past Simple Tense
เพื่อให้เห็นภาพการใช้งานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูตัวอย่างประโยค Past Simple สำหรับอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงแล้วในอดีตกัน
I watched Netflix last night.
ประโยคนี้เป็นการเล่าว่า “เมื่อคืนฉันดู Netflix นะ” โดยเราจะสังเกตได้ว่า โครงสร้างประโยคเป็นแบบ Past Simple ชัดเจนคือ I (subject) + watched (กริยาช่องที่ 2 ของ watch) และมีคำกำกับเวลา last night เพื่อบอกว่าดู Netflix เมื่อคืน
ถัดไป เป็นการใช้ Past Simple Tense กับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเป็นกิจวัตรซ้ำ ๆ ในอดีต โดยเหตุการณ์ประเภทนี้มักจะคำกำกับเวลาที่เป็นกิจวัตรเพิ่มเติมเข้ามา
I always played games when I was young.
ประโยคนี้เป็นการเล่าเหตุการณ์ที่ว่า “ตอนฉันยังเด็ก ฉันมักจะเล่นเกมเสมอ” ซึ่งมีโครงสร้างประโยคคล้ายกัน แต่มีคำกำกับเวลาที่แสดงถึงกิจวัตรเพิ่มเข้ามา
When I was young แสดงถึงเหตุการณ์ในอดีต + I (subject) + played (กริยาช่องที่ 2 ของ playe) และมีคำกำกับเวลาที่แสดงถึงความเป็นกิจวัตรนั่นก็คือ always นั่นเอง
Past Continuous Tense กำลังทำอยู่ในอดีต
Past Continuous Tense ใช้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต มักใช้เพื่อปูเรื่องราว (Background) หรือใช้คู่กับ Past Simple เมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่ แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งแทรกเข้ามา
โครงสร้าง Past Continuous Tense
จุดสังเกตของโครงสร้าง Past Continuous Tense คือการใช้ Verb to be รูปอดีต (was/were) คู่กับกริยาเติม -ing
| Present Continuous | Past Continuous | Future Continuous | |
|---|---|---|---|
| โครงสร้างประโยค | S + is, am, are + V.ing | S + was, were + V.ing | S + will be + V.ing |
โครงสร้างประโยคในรูปต่าง ๆ ได้แก่
| ประเภทประโยค | โครงสร้าง | ตัวอย่างประโยค |
|---|---|---|
| ประโยคบอกเล่า | S + was/were + V.ing | I was watching a movie at 9 p.m. last night. |
| ประโยคปฏิเสธ | S + was/were + not + V.ing | I wasn’t watching a movie at that time. |
| ประโยคคำถาม | Was/Were + S + V.ing? | Were you watching a movie at 9 p.m. last night? |
Past Continuous Tense ตัวอย่างประโยคและการใช้งาน
การเล่าเรื่องด้วยเทคนิคนี้ มักพบใน 2 สถานการณ์หลัก ได้แก่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตโดยมีช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง และเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่แล้วมีเหตุการณ์อื่นเข้ามาแทรก
1. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตโดยมีช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง
Lulu was watching Netflix at 9 p.m. last night.
ประโยคนี้ต้องการสื่อว่าลูลู่กำลังดู Neflix ตอนสามทุ่มเมื่อคืนนี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยจะเน้นว่ากำลังทำอยู่ในขณะนั้น
การระบุเวลาที่ชัดเจนกว่า Past Simple (9 p.m.) จึงเป็นจุดที่ทำให้ Past Simple กับ Past Continuous แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะ Past Simple นั้นจะแสดงถึงเหตุการณ์ในอดีตที่จบแล้ว แต่ Past Continuous จะแสดงถึงความต่อเนื่องของเหตุการณ์ในอดีตนั่นเอง
2. เหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่แล้วมีเหตุการณ์อื่นเข้ามาแทรก
While I was doing homework in my room, my mom came in.
ขณะที่ฉันกำลังทำการบ้านอยู่ในห้องของฉัน เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องในอดีตที่ใช้ Past Continuous แต่จังหวะที่คุณแม่เข้ามานั้น เป็นเหตุการณ์แทรกขณะที่ฉันกำลังทำการบ้านอยู่ เราจึงใช้ Past Simple ในการอธิบายเหตุการณ์ของคุณแม่ที่เปิดประตูเข้ามา จึงต้องใช้ Tense คู่กันเพื่อเล่าเรื่องราวในอดีต
อีกหนึ่ง Tense คู่ที่เรามักจะใช้ในการเล่าเรื่องราวในอดีตด้วย Past Tense ก็คือ Past Continuous และ Past Continuous เช่น
While I was doing homework in my class, my teacher was talking on the phone.
ประโยคนี้ต้องใช้ Tense คู่ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน โดยใช้ Past Continuous ในการเล่าเรื่องของตัวเองที่กำลังทำการบ้านอยู่ และใช้ Past Continuous ในการสื่อว่าคุณครูเองก็กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ในเวลาเดียวกัน
Past Perfect Tense อดีตที่เก่ากว่าอดีต
Past Perfect Tense คือประโยคที่ใช้เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงอย่างสมบูรณ์ไปแล้ว ก่อนที่จะมีอีกเหตุการณ์หนึ่ง (Past Simple) เกิดขึ้นตามมาในอดีต เป็นเทคนิคที่ช่วยจัดลำดับเวลาให้ผู้ฟังไม่งงว่าอะไรเกิดก่อนเกิดหลัง
โครงสร้าง Past Perfect Tense
การจำโครงสร้าง Past Perfect ให้สังเกตที่การใช้กริยาช่วย had นำหน้ากริยาช่องที่ 3 เสมอ
| Present Perfect | Past Perfect | Future Perfect | |
|---|---|---|---|
| โครงสร้างประโยค | S + has/have + V3 | S + had + V3 | S + will have + V3 |
โครงสร้างประโยคในรูปต่าง ๆ ได้แก่
| ประเภทประโยค | โครงสร้าง | ตัวอย่างประโยค |
|---|---|---|
| ประโยคบอกเล่า | S + had + V3 | I had watched a movie before you arrived. |
| ประโยคปฏิเสธ | S + had not (hadn’t) + V3 | I hadn’t watched a movie before you arrived. |
| ประโยคคำถาม | Had + S + V3? | Had you watched a movie before I called? |
หลักการใช้ Past Perfect Tense และสิ่งที่แตกต่างจาก Present Perfect
Past Perfect แตกต่างจาก Present Perfect เพราะใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่จบลงไปแล้ว ก่อนที่เหตุการณ์ในอดีตอีกเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้น
แต่ถ้าเป็น Present Perfect จะเป็นการบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตแต่ยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่สิ้นสุดลงแล้ว แต่ผลกระทบจากเหตุการณ์นั้นยังส่งผลมาถึงปัจจุบัน
ตัวอย่างประโยค Past Perfect Tense
My father had finished his work when I came into his room.
Past Perfect Continuous Tense อดีตซ้อนอดีตที่เน้นความต่อเนื่อง
Past Perfect Continuous คือ การเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต แต่จะต่างจาก Past Perfect ตรงที่เน้นย้ำระยะเวลาและความต่อเนื่องของเหตุการณ์แรกว่าดำเนินมานานแค่ไหน ก่อนที่เหตุการณ์ที่สองจะเกิดขึ้นโครงสร้าง Past Perfect Continuous Tense
จุดสังเกตของโครงสร้างนี้คือการใช้ had been นำหน้ากริยาเติม -ing เสมอ| Present Perfect Continuous | Past Perfect Continuous | Future Perfect Continuous | |
|---|---|---|---|
| โครงสร้างประโยค | S + has/have + been + V.ing | S + had + been + V.ing | S + will have + been + V.ing |
โครงสร้างประโยคในรูปต่าง ๆ ได้แก่
| ประเภทประโยค | โครงสร้าง | ตัวอย่างประโยค |
|---|---|---|
| ประโยคบอกเล่า | S + had been + V.ing | I had been watching a movie for two hours when the power went out. |
| ประโยคปฏิเสธ | S + had not been + V.ing | I had not been watching a movie for two hours when the power went out. |
| ประโยคคำถาม | Had + S + been + V.ing? | Had you been watching a movie for two hours when the power went out? |
หลักการใช้ Past Perfect Continuous Tense
การใช้งาน Past Perfect Continuous มักจะใช้เพื่อเล่าถึง 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะใช้ Past Perfect Continuous และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามมาจะใช้ Past Simple
จุดแตกต่างสำคัญระหว่าง Past Perfect Continuous และ Past Perfect ธรรมดา คือ การเน้นย้ำระยะเวลาและความต่อเนื่อง Tense นี้จะให้ความสำคัญกับกระบวนการของเหตุการณ์แรกอย่างมาก ว่าดำเนินติดต่อกันมานานแค่ไหนก่อนที่จะมีเหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นตามมา
ตัวอย่างประโยค Past Perfect Continuous Tense
James had been playing games for 8 hours before his mom arrived.
จากตัวอย่างประโยคนี้ จะเห็นได้ว่ามีการใช้ Past Perfect Continuous ในการอธิบายเหตุการณ์ว่า เจมส์เล่นเกมเป็นเวลา 8 ชั่วโมง ก่อนที่คุณแม่จะมาถึง ซึ่งการใช้ Past Perfect Continuous เข้ามาอธิบายเหตุการณ์แรกก็เพื่อเน้นเรื่องระยะเวลาของเหตุการณ์แรก คือ เจมส์เล่นเกมไปทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง และเหตุการณ์ถัดมาใช้ Past Simple เหมือนเดิม
สรุปได้ว่า เราจะใช้ Past Perfect Continuous เพื่ออธิบายความต่อเนื่องและความสำคัญของเหตุการณ์ในอดีตก่อนที่จะมีอีกเหตุการณ์เกิดขึ้นตามมาทีหลังนั่นเอง
สรุปชัด ๆ Past Tense 4 ประเภท ต่างกันอย่างไร ?
เพื่อความเข้าใจที่ครอบคลุมและเห็นภาพรวมได้ชัดเจนที่สุด ตารางด้านล่างนี้คือสรุปเปรียบเทียบความแตกต่างของ Past Tense ทั้ง 4 แบบ ทั้งในเรื่องของโครงสร้าง หลักการนำไปใช้ และตัวอย่างประโยค
| Tense | โครงสร้าง | การใช้งาน | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| Past Simple | S + V2 | เหตุการณ์ที่จบแล้วในอดีต | I watched Netflix last night. |
| Past Continuous | S + was/were + V-ing | กำลังเกิดในอดีต หรือสองเหตุการณ์พร้อมกัน หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในอดีต | I was studying when mom came in. |
| Past Perfect | S + had + V3 | อดีตที่เก่ากว่าอดีต (เหตุการณ์แรกเสร็จก่อน) | I had finished homework before dinner. |
| Past Perfect Continuous | S + had been + V-ing | อดีตที่เก่ากว่าอดีตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเน้นระยะเวลา | She had been waiting for 2 hours when I arrived. |
ตัวอย่างคำกำกับเวลาสำหรับแต่ละ Tense
นอกจากการทำความเข้าใจโครงสร้างประโยคแล้ว อีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้เลือกใช้ Past Tense ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะเวลาวิเคราะห์โจทย์ในห้องสอบ คือการมองหาคำกำกับเวลา (Time Markers หรือ Signal Words)
คำเหล่านี้เปรียบเสมือนคำใบ้บอกทางที่ซ่อนอยู่ในประโยค ช่วยระบุว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในลักษณะใด สั้นหรือยาว และเกิดขึ้นในช่วงเวลาไหน เพื่อให้การนำไปใช้งานจริงและการทบทวนก่อนสอบเป็นเรื่องง่ายขึ้น ตารางด้านล่างนี้ได้รวบรวมและขยายความคำกำกับเวลาที่มักจะพบได้บ่อย พร้อมจุดสังเกตและตัวอย่างการใช้งานของแต่ละ Tense ไว้อย่างครบถ้วน
| Tense | คำกำกับเวลา | ลักษณะการบอกเวลา / ข้อสังเกต | ตัวอย่างการใช้งานในประโยค |
|---|---|---|---|
| Past Simple | yesterday, last (week/month/year), ago, in (1990), on Monday, when I was young | ระบุจุดเวลาในอดีตที่เจาะจง ชัดเจน และเหตุการณ์นั้นจบสิ้นลงไปแล้ว | I visited my grandparents last week. |
| Past Continuous | while, when, as, at that time, at 9 p.m., all morning/afternoon, during | ระบุช่วงเวลาที่เหตุการณ์กำลังดำเนินอยู่ หรือระบุเวลาแบบเจาะจงในอดีต (มักใช้คู่กับ Past Simple) | She was reading a book while it was raining. |
| Past Perfect | before, after, already, just, yet, by the time, never, ever, until | ใช้เพื่อบอกลำดับเวลาว่าเกิดก่อน-เกิดหลัง (มักใช้เพื่อเป็นจุดเชื่อมกับอีกเหตุการณ์เสมอ) | The train had already left by the time we arrived. |
| Past Perfect Continuous | for (ระยะเวลา), since (เวลาเฉพาะเจาะจง), all day/night/week, by the time, before | เน้นบอกระยะเวลาความต่อเนื่องที่เหตุการณ์แรกดำเนินมา ก่อนจะมีเหตุการณ์ที่สองเข้ามาแทรก | They had been waiting for two hours before the doctor c |
แบบฝึกหัด Past Tense พร้อมเฉลย
เพื่อทดสอบความเข้าใจและทบทวนหลักการใช้งาน ลองมาฝึกทำข้อสอบ Past Tense รูปแบบต่าง ๆ พร้อมคำอธิบายอย่างละเอียด เพื่อตรวจเช็กจุดที่ยังสับสนและเสริมความพร้อมก่อนลงสนามสอบจริง
แบบฝึกหัด Past Simple Tense และ Tense อื่น ๆ ในกลุ่มอดีต
- They ______ (visit) Kyoto last summer.
- เฉลย: visited (เป็น Past Simple เพราะมีคำบอกเวลา last summer บ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบสิ้นลงไปแล้วในอดีต คำกริยาจึงเปลี่ยนเป็นกริยาช่องที่ 2)
- While I ______ (cook) dinner, the power went out.
- เฉลย: was cooking (เป็น Past Continuous เพราะใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งคือไฟดับซึ่งเป็น Past Simple เข้ามาแทรก)
- By the time we arrived at the cinema, the movie ______ (already/start).
- เฉลย: had already started (เป็น Past Perfect เพราะเป็นเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นและเสร็จสมบูรณ์ไปก่อนหน้าที่จะมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นตามมาในอดีต)
- He ______ (drive) for three hours before he finally found a gas station.
- เฉลย: had been driving (เป็น Past Perfect Continuous เพราะต้องการเน้นย้ำระยะเวลาและความต่อเนื่องของการกระทำแรกที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นตามมา โดยที่ทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต)
- Shakespeare ______ (write) many famous plays during his lifetime.
- เฉลย: wrote (เป็น Past Simple เพราะเป็นการเล่าถึงข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นและจบสิ้นลงไปแล้วอย่างสมบูรณ์ในอดีต)
การทำความเข้าใจโครงสร้างและเงื่อนไขการใช้ Past Tense เหล่านี้ให้แม่นยำ คือรากฐานสำคัญในการเรียนและการสอบเข้าโรงเรียนชั้นนำ ทั้งการสอบเข้ามหิดลวิทยานุสรณ์ สอบเข้าเตรียมอุดม หรือการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เนื่องจากพาร์ต Grammar ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการวัดระดับความเชี่ยวชาญทางภาษา
เรียนภาษาอังกฤษให้สนุก เข้าใจง่ายกับ Premier Prep
จบกันไปแล้วกับเทคนิคการเล่าเรื่องด้วยภาษาอังกฤษด้วย Past Tense จะเห็นได้ว่าจริง ๆ แล้วถ้าเข้าใจหลักการและโครงสร้างการใช้งานของ Past Simple, Past Continuous, Past Perfect และ Past Perfect Continuous การเล่าเรื่องอดีตก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และน้อง ๆ จะสามารถต่อกรกับข้อสอบได้แบบสบาย ๆ ไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตาม
แต่ว่าภาษาอังกฤษไม่ได้มีแค่เฉพาะเรื่อง Tense เท่านั้น แต่ยังมีเรื่อง Grammar อื่น ๆ ที่ถ้าไม่มีความเข้าใจที่แข็งแรงมากพอ ก็อาจจะทำให้เสียโอกาสทำคะแนนสูง ๆ ในสนามสอบแข่งขันได้
ที่ Premier Prep เรามีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่สอน Grammar พื้นฐานทั้งของมัธยมต้นและมัธยมปลายที่สรุปครบทุกประเด็นเกี่ยวกับ Grammar รวมถึง Tense ต่าง ๆ นอกเหนือจาก Past Tense ด้วย เข้าใจครบจบภายในไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เรียนจบแล้วแม่น Grammar มากขึ้นแน่นอน เริ่มก่อน พร้อมกว่า โอกาสสอบติดก็มากขึ้น อย่ารอช้า มาเรียนกับ Premier Prep by Ondemand สอบถามรายละเอียดและสมัครเรียนได้เลย
Add Line : Ondemand Education
โทรศัพท์ : 02-251-9456 (08.00-20.00)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Past Tense (FAQs)
กริยาช่อง 2 (V2) ใน Past Tense ต้องเติม -ed ทุกคำเลยหรือไม่ ?
ไม่ใช่ทั้งหมด กริยาในภาษาอังกฤษแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ Regular Verbs ที่สามารถเติม -ed ได้เลย (เช่น walk เปลี่ยนเป็น walked) และ Irregular Verbs ที่ต้องเปลี่ยนรูป (เช่น go เปลี่ยนเป็น went) หรือคงรูปเดิม (เช่น cutที่ยังคงรูปเดิมแม้ใช้ใน Past Tense)
ใช้ Past Simple แทน Past Perfect ในการพูดคุยทั่วไปได้หรือไม่ ?
ในการสนทนาทั่วไปสามารถใช้ Past Simple แทนได้หากมีการระบุลำดับเวลาชัดเจนด้วยคำว่า before หรือ after แต่สำหรับการเขียนทางการหรือการทำข้อสอบ ต้องใช้ Past Perfect เพื่อให้โครงสร้างไวยากรณ์ถูกต้องสมบูรณ์
การใช้ did และ was/were ในประโยคคำถามอดีตต่างกันอย่างไร ?
did ใช้เป็นกริยาช่วยคู่กับกริยาแท้รูปเดิม (V1) เช่น Did you go? ส่วน was/were เป็นกริยาหลักในประโยคที่ไม่มีกริยาอื่น หรือใช้คู่กับ V.ing ในโครงสร้าง Continuous เช่น Were you going?
มีเทคนิคจำคำกริยา Irregular Verbs ให้เร็วขึ้นอย่างไร ?
วิธีที่ได้ผลดีที่สุดคือการจัดกลุ่มคำที่มีรูปแบบการเปลี่ยนรูปคล้ายกัน เช่น กลุ่มเปลี่ยนสระ i-a-u อย่าง sing-sang-sung, ring-rang-rung และนำคำศัพท์เหล่านั้นไปแต่งประโยคเล่าเรื่องราวของตัวเองบ่อย ๆ จะช่วยให้สมองจดจำได้ดีกว่าการท่องจำตามตัวอักษร
โครงสร้าง used to มีความหมายเหมือนกับ Past Simple หรือไม่ ?
มีความหมายใกล้เคียงกัน แต่ used to + V1 จะใช้เพื่อเน้นย้ำถึงเหตุการณ์หรือกิจวัตรที่เคยทำเป็นประจำในอดีตและปัจจุบันเลิกทำไปแล้วอย่างชัดเจน ในขณะที่ Past Simple สามารถใช้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วจบไปเลยก็ได้

