รวมเนื้อหาตรีโกณมิติ ม.5 พร้อมแจกสูตร และแนวข้อสอบแบบครบจบ

ตรีโกณมิติ

Key Takaways

ตรีโกณมิติ ม.5 เป็นเนื้อหาสำคัญที่ต่อยอดจากพื้นฐานในระดับชั้น ม.3 โดยครอบคลุมเรื่องการวัดมุมในหน่วยเรเดียน วงกลมหนึ่งหน่วย ฟังก์ชันและเอกลักษณ์ตรีโกณมิติ การแก้สมการ ฟังก์ชันผกผัน รวมถึงการประยุกต์ใช้ในการหาระยะทางและความสูง ซึ่งเป็นหัวข้อที่ออกสอบบ่อยทั้งในโรงเรียนและสนาม A-Level คณิตศาสตร์ การทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐาน ควบคู่กับการฝึกทำโจทย์และทบทวนสูตรอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้น้อง ๆ สามารถวิเคราะห์โจทย์ได้แม่นยำ เก็บคะแนนได้มากขึ้น และต่อยอดสู่การสอบเข้าคณะสายวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และคณะยอดนิยมอื่น ๆ ได้อย่างมั่นใจ


สวัสดีน้อง ๆ ทุกคนครับ! วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ฟังแล้วอาจทำให้หลายคนคิดถึงอดีตตอน ม.3 นั่นก็ คือตรีโกณมิติ แต่คราวนี้จะไม่ใช่แค่การทบทวนสิ่งที่น้อง ๆ เคยเรียนไปแล้วเท่านั้น เพราะรอบนี้เราจะลงลึกไปในเรื่องฟังก์ชันตรีโกณมิติ ที่ซับซ้อนและท้าทายยิ่งขึ้น แต่ไม่ต้องกังวล พี่จะช่วยให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ด้วยการอธิบายพร้อมตัวอย่างเจ๋ง ๆ รวมถึงสูตรเด็ดที่ควรรู้ ถ้าน้อง ๆ ทุกคนพร้อมแล้ว ไปลุยกันเลย!

ติวเข้มเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบคณิตศาสตร์ ม.ปลาย กับพี่ ๆ OnDemand

ตรีโกณมิติ คืออะไร ใช้ทำอะไรในคณิตศาสตร์ ม.ปลาย ?

ตรีโกณมิติ (Trigonometry) เป็นสาขาหนึ่งของคณิตศาสตร์ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมุมและด้านของรูปสามเหลี่ยม รวมถึงฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับมุม เช่น ไซน์ (Sine), โคไซน์ (Cosine) และแทนเจนต์ (Tangent)

ในระดับมัธยมปลาย ตรีโกณมิติยังถูกนำไปใช้ในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ขั้นสูง การวิเคราะห์กราฟ การศึกษาคลื่น การเคลื่อนที่ รวมถึงเป็นพื้นฐานสำคัญของวิชาฟิสิกส์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์อีกหลายแขนง

✨ความแตกต่างระหว่างตรีโกณมิติ ม.3 และ ม.5

น้อง ๆ คงสงสัยกันใช่ไหมครับว่า เราเคยเรียนตรีโกณมิติกันไปแล้วในช่วงประมาณตอน ม.3 แล้วทำไมพอขึ้น ม.5 มาแล้วยังต้องมาเรียนเรื่องนี้ซ้ำอีกรอบ แล้วมันต่างกันกับตอน ม.3 อย่างไร ในหัวข้อนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงข้อแตกต่างนี้กันครับ

ตอน ม.3 การเรียนตรีโกณมิติ จะเน้นไปที่เรื่องของการคำนวณความสัมพันธ์ระหว่างด้านของสามเหลี่ยมมุมฉากกับมุม ทำให้เราได้รู้จักกับสามฟังก์ชันหลักคือ ไซน์ (Sine), โคไซน์ (Cosine) และแทนเจนต์ (Tangent) ตอนนั้นเราแค่เน้นหาค่าความสัมพันธ์ระหว่างมุมกับด้านในสามเหลี่ยมมุมฉากเพียงเท่านั้นครับ แต่มาถึง ม.5 การเรียนเรื่องตรีโกณมิติจะไม่ได้อยู่แค่ในสามเหลี่ยมอีกต่อไป! แต่เราจะได้เรียนรู้ฟังก์ชันตรีโกณมิติในเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายทั้งในการวิเคราะห์การเคลื่อนที่ การแก้สมการ และการเขียนกราฟ อีกทั้งเรายังจะได้รู้จักกับฟังก์ชันผกผัน การวัดมุมเป็นหน่วยเรเดียน และแนวคิดต่าง ๆ ที่ช่วยให้เราประยุกต์ตรีโกณมิติไปใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้นนั่นเองครับ

✨ความหมายของฟังก์ชันตรีโกณมิติ

ฟังก์ชันตรีโกณมิติ คือฟังก์ชันที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างมุมกับอัตราส่วนของด้านในสามเหลี่ยมมุมฉาก

ตรีโกณมิติ , ฟังก์ชันตรีโกณมิติ , ตรีโกณ

เมื่อเราพิจารณาที่มุม A เราจะได้ว่า

\sin A = \dfrac{\text{ ความยาวด้านตรงข้ามมุม } A}{\text{ ความยาวด้านตรงข้ามมุมฉาก}} = \dfrac{BC}{AB}

\cos A = \dfrac{\text{ ความยาวด้านประชิดมุม } A}{\text{ ความยาวด้านตรงข้ามมุมฉาก}} = \dfrac{AC}{AB}

\tan A = \dfrac{\text{ ความยาวด้านตรงข้ามมุม } A}{\text{ ความยาวด้านประชิดมุม } A} =  \dfrac{BC}{AC}

\csc A = \dfrac{1}{\sin A} = \dfrac{AB}{BC}

\sec A = \dfrac{1}{\cos A} = \dfrac{AB}{AC}

\cot A = \dfrac{1}{\tan A} =  \dfrac{AC}{BC}

พื้นฐานตรีโกณมิติที่ควรรู้ก่อนเรียน ม.5

ก่อนเข้าสู่เนื้อหาที่ซับซ้อนมากขึ้น น้อง ๆ ควรทำความเข้าใจพื้นฐานสำคัญของตรีโกณมิติให้แม่นยำ เพราะเป็นรากฐานของการเรียนในบทถัด ๆ ไป

✨การวัดมุม

หน่วยในการวัดมุมที่มักใช้กันบ่อย ๆ ในตรีโกณมิติจะมีอยู่ด้วยกัน 2 หน่วย คือ องศา (Degree) และเรเดียน (Radian) โดยหน่วยองศานั้น น้อง ๆ อาจจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่หน่วยเรเดียนอาจจะยังเป็นหน่วยในการวัดมุมที่ใหม่สำหรับน้อง ๆ หลายคน ดังนั้นพี่ขออธิบายเพิ่มเติมเรื่องหน่วยเรเดียนดังนี้ครับ

หากเราพิจารณาวงกลมวงหนึ่งที่มีรัศมี r เราจะพบว่ามุมที่จุดศูนย์กลางของวงกลม θ ที่รองรับด้วยส่วนโค้งที่มีความยาว s เราจะมีความสัมพันธ์คือ θ=sr โดยมีหน่วยเป็นเรเดียน

เนื่องจากมุมที่จุดศูนย์กลางของวงกลมใด ๆ จะมีขนาด 2π เรเดียน เสมอ ดังนั้นเราจะได้ความสัมพันธ์ระหว่างมุมในหน่วยองศา และเรเดียน คือ 360∘ =2π เรเดียน หรือก็คือ 180∘=π เรเดียน นั่นเองครับ

วงกลมหนึ่งหน่วย

วงกลมหนึ่งหน่วย (Unit Circle) คือ วงกลมที่มีรัศมีเท่ากับ 1 หน่วย และมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่จุดกำเนิด (0,0)

วงกลมหนึ่งหน่วยมีบทบาทสำคัญอย่างมากในบทตรีโกณมิติ เพราะช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจค่าของฟังก์ชันไซน์และโคไซน์ในมุมต่าง ๆ ได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงช่วยอธิบายเครื่องหมายของฟังก์ชันตรีโกณมิติในแต่ละควอดรันต์

เมื่อกำหนดมุม θ บนวงกลมหนึ่งหน่วย จะสามารถเขียนพิกัดของจุดบนวงกลมได้เป็น

(x, y) = (cos θ, sin θ)

แนวคิดนี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษากราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติและการแก้สมการในบทต่อไป

✨ค่าตรีโกณมิติพื้นฐานที่ควรรู้

เมื่อเราได้รู้ถึงหน่วยในการวัดมุมและวงกลมหนึ่งหน่วยไปแล้ว ในหัวข้อนี้น้อง ๆ จะได้รู้จักกับค่าตรีโกณมิติของมุมพื้นฐาน โดยมีดังตาราง sin cos tan ต่อไปนี้

ตรีโกณมิติ , ฟังก์ชันตรีโกณมิติ , ตรีโกณ

✨สูตรของฟังก์ชันตรีโกณมิติที่ควรรู้

พี่ขอแบ่งสูตรของฟังก์ชันตรีโกณมิติออกเป็นกลุ่ม ๆ ดังนี้ครับ

✨เอกลักษณ์ตรีโกณมิติ

\sin^2 \theta + \cos^2 \theta = 1

1 + \cot^2 \theta = \csc^2 \theta เมื่อ sin \theta \neq 0

\tan^2 \theta + 1 = \sec^2 \theta เมื่อ cos \theta \neq 0

✨สูตรผลบวก ผลต่างมุม

\sin (A+B) = \sin A \cos B + \cos A \sin B

\sin (A-B) = \sin A \cos B – \cos A \sin B

\cos (A+B) = \cos A \cos B – \sin A \sin B

\cos (A-B) = \cos A \cos B + \sin A \sin B

\tan (A+B) = \dfrac{\tan A + \tan B}{1 – \tan A \tan B} เมื่อ \tan A \tan B \neq 1

\tan (A-B) = \dfrac{\tan A – \tan B}{1 + \tan A \tan B} เมื่อ \tan A \tan B \neq -1

✨สูตรผลบวก ผลต่างของตรีโกณ

\sin A + \sin B = 2 \sin \dfrac{A+B}{2} \cos \dfrac{A-B}{2}

\sin A – \sin B = 2 \cos \dfrac{A+B}{2} \sin \dfrac{A-B}{2}

\cos A + \cos B = 2 \cos \dfrac{A+B}{2} \cos \dfrac{A-B}{2}

\cos A – \cos B = -2 \sin \dfrac{A+B}{2} \sin \dfrac{A-B}{2}

✨สูตรมุมสองเท่า

\sin 2 A = 2 \sin A \cos A

\sin 2 A = \dfrac{2\tan A}{1 + \tan^2 A}

\cos 2 A = \cos^2 A – \sin^2 A

\cos 2 A = 2 \cos^2 A – 1

\cos 2 A = 1 – 2 \sin^2 A

\cos 2 A = \dfrac{1 – \tan^2 A}{1 + \tan^2 A}

\tan 2 A = \dfrac{2 \tan A}{1 – \tan^2 A} เมื่อ \tan^2 A \neq 1

ตัวอย่างที่ 1 จงหาค่าของ \cos 75^\circ + \cos 15^\circ

วิธีทำ

จากสูตร \cos A + \cos B = 2 \cos \dfrac{A+B}{2} \cos \dfrac{A-B}{2} เราจะได้ว่า

\begin{aligned}\cos 75^\circ + \cos 15^\circ&= 2 \cos \dfrac{75^\circ+15^\circ}{2} \cos \dfrac{75^\circ-15^\circ}{2} \\&= 2 \cos 45^\circ \cos 30^\circ \\&= 2 \times \dfrac{\sqrt{2}}{2} \times \dfrac{\sqrt{3}}{2} \\&= \dfrac{\sqrt{6}}{2}\end{aligned}

ดังนั้น \cos 75^\circ + \cos 15^\circ = \dfrac{\sqrt{6}}{2}

✨สมการตรีโกณมิติ

ในการแก้สมการตรีโกณมิติ เราสามารถทำได้เช่นเดียวกันกับการแก้สมการทั่วไปเลยครับ เพียงแต่ในขั้นตอนการแก้สมการตรีโกณมิตินั้น อาจจะต้องมีการใช้สูตรหรือเอกลักษณ์ของตรีโกณมิติมาช่วยในการจัดรูปด้วย และเมื่อเราแก้สมการเรียบร้อยแล้ว หากโจทย์ข้อนั้นไม่ได้กำหนดเอกภพสัมพัทธ์ เราจะต้องตอบในรูปทั่วไปด้วย ซึ่งทำได้โดยการหาคำตอบในช่วง [0, 2\pi] ก่อน แล้วบวกคำตอบนั้น ๆ ด้วย 2n\pi นั่นเองครับ เมื่อทราบแบบนี้แล้ว เรามาลองแก้สมการตรีโกณมิติกันครับ

ตัวอย่างที่ 2 กำหนดให้ 0^\circ \leqslant x \leqslant 360^\circ จงหาเซตคำตอบของสมการ 2\sin x \tan x – 2\sin x = 0

วิธีทำ

\begin{aligned}2\sin(x)\tan(x) – 2\sin(x) &= 0 \\2\sin(x)(\tan(x) – 1) &= 0 \\\sin(x) &= 0 \quad \text{ หรือ } \quad \tan(x) – 1 = 0 \\x &= 0^\circ, 360^\circ \quad\text{ หรือ } \quad x = 45^\circ, 225^\circ\end{aligned}

ดังนั้นเซตคำตอบของสมการคือ 0^\circ, 45^\circ, 225^\circ, 360^\circ

✨กราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติ

ฟังก์ชันตรีโกณมิติเป็นฟังก์ชันคาบ โดยคาบคือช่วงของ x ที่ทำให้กราฟมีลักษณะเดิม และมีแอมพลิจูดเท่ากับ \dfrac{\operatorname{max} – \operatorname{min}}{2}

กำหนดให้ a และ b เป็นจำนวนจริง และเราพิจารณาสมการ

y = a\sin (bx – h) + k และ

y = a\cos (bx – h) + k

จะมีคาบเท่ากับ \dfrac{2\pi}{b}, แอมพลิจูดเท่ากับ |a|, \operatorname{max} เท่ากับ |a| + k และ \operatorname{min} เท่ากับ -|a| + k และต่อไปนี้คือกราฟของฟังก์ชัน \sin x, \cos x, \tan x ที่น้อง ๆ ควรทราบครับผม

กราฟตรีโกณมิติ
กราฟตรีโกณมิติ

✨ตัวผกผันของฟังก์ชันตรีโกณมิติ

ตัวผกผันของฟังก์ชัน \sin, \cos, \tan จะเป็น \arcsin, \arccos, \arctan ตามลำดับ โดยมีแนวคิดคือ เช่น ถ้าน้องต้องการหาค่าของ \arcsin x มันจะเหมือนกับการที่เราไปพยายามหามุม \theta อะไรซักอย่างนึง ที่ทำให้ \sin \theta = x นั่นเองครับ โดยฟังก์ชัน \arcsin, \arccos, \arctan นั้น จะมีโดเมน และเรนจ์ดังตารางต่อไปนี้ครับ

ตรีโกณมิติ , ฟังก์ชันตรีโกณมิติ , ตรีโกณ
ตรีโกณมิติ , ฟังก์ชันตรีโกณมิติ , ตรีโกณ
ตรีโกณมิติ , ฟังก์ชันตรีโกณมิติ , ตรีโกณ

ตัวอย่างที่ 3 จงหาค่าของ \arcsin \dfrac{1}{2} + \arccos 1

วิธีทำ

กำหนดให้ A = \arcsin \dfrac{1}{2}, B = \arccos 1

สิ่งที่เราต้องทำคือ พิจารณาว่า \sin A = \dfrac{1}{2} แล้วมุม A คือมุมอะไร ซึ่งมุมนั้นคือ \dfrac{\pi}{6} นั่นเองครับ เช่นเดียวกันกับ B เราจะพบว่ามุมนั้นคือ 0

ดังนั้นสุดท้ายแล้ว เราจึงได้ว่า \arcsin \dfrac{1}{2} + \arccos 1 = \dfrac{\pi}{6} + 0 = \dfrac{\pi}{6} นั่นเองครับ

กฎของไซน์ กฎของโคไซน์

พิจาณาสามเหลี่ยม ABC กำหนดให้ด้านตรงข้ามมุม A, B และ C มีความยาว a, b และ c ตามลำดับ

กฎของไซน์

มีความสัมพันธ์ดังสมการ \dfrac{\sin A}{a} = \dfrac{\sin B}{b} = \dfrac{\sin C}{c} และเราจะใช้กฎของไซน์เมื่อเรารู้หนึ่งมุมกับด้านตรงข้าม

✨กฎของโคไซน์

เราสามารถเลือกใช้กฎของโคไซน์ได้ตามสถานการณ์ โดยเลือกใช้จากความสัมพันธ์ต่อไปนี้

a^2 = b^2 + c^2 – 2bc \cos A

b^2 = a^2 + c^2 – 2ac \cos B

c^2 = a^2 + b^2 – 2ab \cos C

และเราจะใช้กฎของโคไซน์เมื่อรู้ด้านทุกด้านของสามเหลี่ยม หรือรู้มุม 1 มุม กับด้านประกอบมุมนั้น

ตัวอย่างที่ 4 กำหนดรูปสามเหลี่ยม ABC มีด้านตรงข้ามมุม A, B และ C ยาว a, b และ c หน่วย ตามลำดับ ถ้า b = 3, c = 5, A = 120^\circ จงหา a

วิธีทำ

จากกฎของโคไซน์ a^2 = b^2 + c^2 – 2bc \cos A เราแทนค่าตัวแปรต่าง ๆ ที่โจทย์กำหนดให้ จะได้ดังนี้

\begin{aligned}a^2 &= b^2 + c^2 – 2bc \cos A \\ a^2 &= 3^2 + 5^2 – 2(3)(5) \cos (120^\circ) \\ a^2 &= 9 + 25 – 30(-\dfrac{1}{2}) \\ a^2 &= 34 + 15 \\ a^2 &= 49 \\ a &= 7\end{aligned}

ดังนั้นเราจึงสรุปได้ว่า a = 7 หน่วย

✨การหาระยะทางและความสูง

เราสามารถใช้ตรีโกณมิติในการคำนวณระยะทางหรือความสูงที่ไม่สามารถวัดตรง ๆ ได้ เช่น หากเราต้องการหาความสูงของต้นไม้ เราอาจใช้ฟังก์ชันไซน์หรือแทนเจนต์ในการหาความสัมพันธ์ระหว่างมุมที่มองจากพื้นถึงยอดต้นไม้กับระยะทางที่เรายืนห่างจากต้นไม้แทนได้นั่นเองครับ โดยในการนำสูตรตรีโกณมิติไปใช้ในลักษณะนี้นั้น น้อง ๆ จะต้องรู้จักคำอีกสองคำที่สำคัญมาก ๆ คือ มุมก้ม และ มุมเงย นั่นเองครับ

มุมก้ม หมายถึง มุมที่วัดจากเส้นระดับสายตาไปยังเส้นแนวการมองเมื่อวัตถุอยู่ต่ำกว่าเส้นระดับสายตา

มุมเงย หมายถึง มุมที่วัดจากเส้นระดับสายตาไปยังเส้นแนวการมองเมื่อวัตถุอยู่สูงกว่าเส้นระดับสายตา

ตรีโกณมิติ , ฟังก์ชันตรีโกณมิติ , ตรีโกณ

ตัวอย่างที่ 5 แซมยืนอยู่ห่างจากเสาธง 12 เมตร และแซมวัดมุมเงยจากระดับสายตาของเขาไปถึงยอดเสาธงได้ 45 องศา ถ้าแซมสูง 150 เซนติเมตร แล้วเสาธงสูงเท่าใด 

วิธีทำ

จากโจทย์เราจะวาดรูปได้ดังนี้

ตรีโกณมิติ , ฟังก์ชันตรีโกณมิติ , ตรีโกณ

เราจะหาความยาวของ AB ก่อน โดยใช้ \tan 45^\circ เพราะเราทราบว่า \tan 45^\circ = 1 = \dfrac{AB}{12}

นั่นทำให้เราทราบว่า 1 = \dfrac{AB}{12} หรือ AB = 12 เมตร นั่นเอง

ดังนั้นจากรูป เราจะหาความสูงของเสาธงได้จากการนำ AB มารวมกับความสูงของแซม ซึ่งคือ 150 เซนติเมตร

ดังนั้นเสาธงจะมีความสูงเท่ากับ 12 + 1.5 = 13.5 เมตร นั่นเอง

 

เห็นมั้ยครับว่า ตรีโกณมิติ ม.5 นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากหรือน่ากลัวอย่างที่พวกเราคิด ถ้าเราเข้าใจพื้นฐานตั้งแต่ ม.3 มาแล้ว คราวนี้ก็แค่ต้องลงลึกเข้าไปในรายละเอียดเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เช่น การระบุมุมเป็นเรเดียน การจัดรูป หรือการแก้สมการ การฝึกฝนบ่อย ๆ จะช่วยให้เราเข้าใจตรีโกณมิติมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ!

เนื้อหาตรีโกณมิติ ม.5 ที่ออกสอบบ่อย

หลังจากเรียนเนื้อหาตรีโกณมิติครบทุกหัวข้อแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาคือการรู้ว่าเรื่องใดเป็นประเด็นที่มักออกสอบบ่อย เพื่อให้น้อง ๆ สามารถจัดลำดับความสำคัญในการอ่านหนังสือและฝึกทำโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เรื่องที่ออกสอบในโรงเรียน

สำหรับการสอบกลางภาคและปลายภาคในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หัวข้อที่มักพบเป็นประจำ ได้แก่

  • การแปลงหน่วยองศาและเรเดียน
  • วงกลมหนึ่งหน่วย (Unit Circle)
  • ค่าตรีโกณมิติของมุมพิเศษ
  • เอกลักษณ์ตรีโกณมิติ
  • การพิสูจน์เอกลักษณ์
  • สมการตรีโกณมิติ
  • ฟังก์ชันผกผันของตรีโกณมิติ
  • การประยุกต์เกี่ยวกับมุมก้ม มุมเงย ระยะทาง และความสูง

เนื้อหาเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่มักถูกนำมาออกสอบในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ข้อสอบปรนัยไปจนถึงข้อสอบอัตนัย

เรื่องที่ออกสอบ A-Level คณิตศาสตร์

สำหรับสนามสอบ A-Level คณิตศาสตร์ ตรีโกณมิติถือเป็นหนึ่งในบทที่มีโอกาสออกสอบแทบทุกปี โดยมักเน้นการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์มากกว่าการแทนค่าสูตรโดยตรง

หัวข้อที่ออกสอบบ่อย ได้แก่

  • เอกลักษณ์ตรีโกณมิติ
  • การแก้สมการตรีโกณมิติ
  • กราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติ
  • ฟังก์ชันผกผันของตรีโกณมิติ
  • โจทย์ประยุกต์ที่เชื่อมโยงกับเรขาคณิตและฟังก์ชัน

หากน้อง ๆ มีเป้าหมายสอบเข้าคณะสายวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ หรือคณะที่ใช้คะแนนคณิตศาสตร์สูง ควรให้ความสำคัญกับบทนี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นบทที่สามารถเก็บคะแนนได้ค่อนข้างดีหากมีพื้นฐานที่แม่นยำ

เตรียมความพร้อม พิชิตข้อสอบตรีโกณมิติ ม.5 ด้วยเทคนิคดี ๆ จากพี่ OnDemand

การรู้สูตรและเข้าใจทฤษฎีเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะข้อสอบตรีโกณมิติในโรงเรียนและสนามสอบสำคัญอย่าง A-Level มักออกในรูปแบบที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ความรู้ร่วมกัน การมีเทคนิคการทำโจทย์ที่ถูกต้องและฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

OnDemand มีคอร์สเรียนคณิตศาสตร์ม.ปลาย ที่ช่วยปูพื้นฐานตรีโกณมิติ ม.5 ให้เข้าใจตั้งแต่แนวคิดอัตราส่วนตรีโกณมิติ วงกลมหนึ่งหน่วย เอกลักษณ์ตรีโกณมิติ ตารางตรีโกณมิติ การแก้สมการ ไปจนถึงการตะลุยโจทย์ที่ออกสอบบ่อย พร้อมเทคนิคคิดลัดและวิธีวิเคราะห์โจทย์ที่ช่วยให้น้อง ๆ ทำข้อสอบได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการสอบและพิชิตคะแนนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

สอบถามเพิ่มเติม

Add Line : Ondemand Education

โทรศัพท์ : 02-251-9456 (08.00-20.00)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตรีโกณมิติ ม.5 (FAQs)

ตรีโกณมิติ ม.5 ยากกว่าตรีโกณมิติ ม.3 มากหรือไม่ ?

แม้เนื้อหาในระดับ ม.5 จะมีความซับซ้อนมากขึ้น แต่หากมีพื้นฐานเรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติจาก ม.3 ที่ดี ก็จะสามารถต่อยอดได้ไม่ยาก โดยควรทำความเข้าใจแนวคิดทีละหัวข้อและฝึกทำโจทย์อย่างสม่ำเสมอ

ควรจำสูตรตรีโกณมิติทั้งหมดหรือไม่ ?

ไม่จำเป็นต้องท่องจำทุกสูตรในครั้งเดียว ควรเริ่มจากสูตรพื้นฐานที่ใช้บ่อยก่อน แล้วทำความเข้าใจที่มาของสูตร เพราะจะช่วยให้สามารถประยุกต์ใช้และจำได้แม่นยำกว่าการท่องจำเพียงอย่างเดียว

ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเข้าใจบทตรีโกณมิติ ?

ระยะเวลาในการเรียนรู้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของแต่ละคน โดยทั่วไปหากทบทวนเนื้อหาอย่างต่อเนื่องและฝึกทำโจทย์สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะเริ่มมีความเข้าใจและความคล่องในการทำโจทย์ภายในไม่กี่สัปดาห์

หากพื้นฐานคณิตศาสตร์ไม่แข็งแรง ยังเรียนตรีโกณมิติได้หรือไม่ ?

ได้ เพราะตรีโกณมิติไม่ได้อาศัยเพียงการคำนวณ แต่ยังเน้นความเข้าใจความสัมพันธ์ของมุมและรูปทรงเรขาคณิต หากค่อย ๆ ปูพื้นฐานและฝึกโจทย์จากระดับง่ายไปยาก ก็สามารถพัฒนาได้

คอร์สเรียนแนะนำโดยพี่ออนดีมานด์

คอร์สแนะนำสำหรับ Dek70

ดูคอร์สทั้งหมด >

บทความอื่นๆ เพิ่มเติม 👉 : OnDemand

บทความอื่นๆ

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
วันสุดท้ายแล้ว